Negative SEO คืออะไร อาวุธลับที่คนทำ SEO ควรระวัง!

Negative SEO คืออะไร อาวุธลับที่คนทำเว็บไซต์ควรระวัง

เท่าทันการตลาดยุคดิจิทัลวันนี้ น้องศรีขอนำเสนอ “Negative SEO” อาวุธลับที่เหล่าคนรับทำ SEO ควรระวัง ขึ้นชื่อว่าการแข่งขันย่อมมีความดุเดือดเสมอ ไม่เพียงแต่การทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพเพื่อติดอันดับในผลการค้นหาเท่านั้น แต่ยังมีกลยุทธ์ลับที่สามารถทำให้เว็บไซต์คู่แข่งอันดับร่วงลงมาได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไง มีวิธีป้องกันไหม ตามน้องศรีมาได้เลย

Negative SEO คืออะไร

Negative SEO คืออะไร?

Negative SEO หรือที่เรียกกันว่า “Black hat SEO” เป็นกลยุทธ์ที่ใช้โจมตีคู่แข่งเพื่อให้อันดับเว็บไซต์ลดลง หากการไต่อันดับขึ้นเพื่อเป็นเว็บไซต์อันดับหนึ่งนั้นยากเกินไป การใช้กลยุทธ์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คู่แข่งร่วงลงมาได้

Negative SEO คือ

สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อเว็บไซต์หรือคนทำ SEO เพราะมีโอกาสที่จะมีคนใช้วิธีนี้เพื่อกำจัดเว็บไซต์ได้ ดั่งคติที่ว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล  ซึ่งในอดีตนั้นวิธีนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ในปัจจุบันมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้น Negative SEO จึงถือว่าเป็นเกมทางธุรกิจที่คนทำ SEO ควรระวังมาก

Negative SEO ส่งผลอย่างไรต่อเว็บไซต์

แน่นอนว่า Negative SEO ส่งผลโดยตรงต่อเว็บไซต์ของเรา เมื่อมีผู้ไม่ประสงค์ดีบุกโจมตีเราล่ะก็ การทำเว็บไซต์ที่เราพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งอันดับผลการค้นหาก็จะค่อย ๆ ร่วงลงมานั่นเอง ซึ่งทำให้ Google นั้นตรวจสอบเว็บไซต์ของเรา เมื่อพบความผิดปกติหรือสิ่งที่น่าสงสัย ก็จะทำให้ Google ลดอันดับเว็บไซต์ได้ทันทีเลย

Negative SEO ส่งผลอย่างไรต่อเว็บไซต์

นอกจากอันดับเว็บไซต์จะลดลงมาแล้ว น้องศรีขอบอกเลยว่าโอกาสในการสร้างรายได้หรืออื่น ๆ ของเราก็จะลดลงมาเช่นกัน เพราะอันดับในผลการค้นหาย่อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าเว็บไซต์ของเราโดนโจมตีขึ้นมา โอกาสในการเติบโตของธุรกิจก็เหมือนถูกขัดขวางไปด้วย

วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่คนทำ SEO สายเทานิยมทำกัน พบได้น้อยใน SEO สายขาว แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะอะไร ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้

Google มีวิธีจัดการ Negative SEO หรือไม่?

น้องศรียืนยันว่า Google ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากมีการอัปเดตในแต่ละครั้ง ซึ่งคุณลักษณะของ “Link disavow” ที่ได้เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2555 คือคำตอบทั่วไปของ Google เกี่ยวกับ Negative SEO

Google มีวิธีจัดการ Negative SEO หรือไม่?

โปรแกรมนี้จะช่วยแจ้งเตือนผู้ดูแลเว็บไซต์เกี่ยวกับสแปมหรือลิงก์ที่ผิดปกติ และอนุญาตให้ปฏิเสธ Backlink ไม่ให้เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์หรือโดเมนของเราได้ ด้วยการจัดการปัญหาจากต้นทางผ่านไฟล์ข้อความของรายการ URL Google ทำให้สามารถติดตามได้ง่ายขึ้น ถือเป็นวิธีการเบื้องต้นที่จะปกป้องเว็บไซต์ของเรา

วิธีเช็ค Negative SEO

วิธีเช็ค Negative SEO

เราจะรู้ได้ยังไงว่าเว็บไซต์ของเรากำลังโดนโจมตีจากใครบางคนอยู่? น้องศรีมีวิธีเช็คง่าย ๆ มาฝากทุกคนกัน โดยจะมีสัญญาณเหล่านี้ตามมาเมื่อเว็บไซต์กำลังตกอยู่ในอันตราย!

  • Traffic ลดลงกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • Backlink เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว
  • Keywords ลดอันดับลง
  • Google ส่งข้อความเตือนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติบนเว็บไซต์ของคุณ
  • มีสำเนาเนื้อหาของคุณจำนวนมากที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์

หากคุณพบเจอความผิดปกติเหล่านี้ ให้เตรียมหาวิธีแก้ไขได้เลย เพราะถ้าหากปล่อยไว้ มีหวังเว็บไซต์สู่ขิตแน่นอน

วิธีการทำ Negative SEO

วิธีการทำ Negative SEO

เนื่องจากคู่แข่งไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ การโจมตีแบบ Negative SEO ส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ Off-page ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีการด้วยกัน วันนี้น้องศรีเลยจะกระซิบบอกวิธีการที่คู่แข่งโจมตีเว็บไซต์ของเราว่าจะมีเทคนิคการทำยังไง เพื่อให้รู้เท่าทันและเตรียมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ งานนี้เราต้องสู้!

การแฮ็กเว็บไซต์

การแฮ็กเว็บไซต์

แม้ว่าการแฮ็กเว็บไซต์จะเป็นวิธีที่ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงปรี๊ด แต่ก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและได้ผลมากที่สุดอีกวิธีหนึ่งเช่นกัน ซึ่งทำได้โดยการปรับเปลี่ยน On-page เพื่อโจมตีเว็บไซต์ สร้างความเสียหายบนเนื้อหาเพื่อให้ Google ตรวจจับความผิดปกติ และยังสามารถแก้ไขไฟล์ robots.txt เพื่อให้ bots เพิกเฉยต่อเว็บไซต์ของเราได้อีกด้วย

สร้าง Backlink ที่ไม่ดี

สร้าง Backlink ที่ไม่ดี

Backlink คุณภาพจะส่งสัญญาณที่ดีไปยัง Google ว่าเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงมีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะได้รับการรับรองและแนะนำให้ผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม Backlink ที่ไม่ดี คือลิงก์ที่มาจาก link farms, spam site, หรือเว็บไซต์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เชื่อมโยง ส่งผลให้ Google ลงโทษเว็บไซต์ของเราได้ ถ้าหากจะให้ร้ายแรงกว่านั้นอาจถึงขั้นพยายามลบ Positive Backlink ของเราเลยก็ได้

การสร้างเนื้อหาที่ซ้ำกัน

การสร้างเนื้อหาที่ซ้ำกัน

Original Content is King มีความสำคัญต่อการจัดอันดับของ Search Engine และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีมักพบว่าคอนเทนต์นั้นถูกก็อปปี้ ทำซ้ำ และโพสต์ซ้ำในเว็บไซต์อื่น ๆ ทำให้ความเป็นต้นฉบับแบบออริจินัลลดลงนั่นเอง สิ่งนี้จะทำให้ Google คัดกรองเนื้อหาที่เหมือนกัน และตัดสินว่าหน้าเว็บไซต์ใดที่ควรติดอันดับ

ปลอมแปลงบัญชี Social Media

ปลอมแปลงบัญชี Social Media

โปรไฟล์ Social Media ที่ถูกต้องจะได้รับการป้องกันและการดูแล เพิ่มการรับรู้แบรนด์และสร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจในเชิงบวก เพราะฉะนั้นวิธีการปลอมแปลงบัญชีเพื่อทำลายชื่อเสียงจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ลดความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของธุรกิจได้

ปลอมแปลงบัญชี Social Media

นอกจากนี้บัญชีปลอมอาจจะเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ข่าวสารปลอม หรือสแปมได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันเราจะพบเห็นบัญชีปลอมเยอะมากกก น้องศรีอยากให้ทุกคนระวังไว้ให้ดีเชียว

แพร่กระจายคำวิจารณ์เชิงลบ

แพร่กระจายคำวิจารณ์เชิงลบ

ทุกคนย่อมรู้ดีว่าธุรกิจใดก็ตามที่ทำการตลาดออนไลน์ ย่อมมีคำวิพากวิจารณ์ต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ ซึ่งการวิจารณ์เชิงลบเป็นส่วนหนึ่งที่คู่แข่งจะใช้ในการโจมตีธุรกิจของเราได้ อีกฝ่ายอาจจะเลือกทำให้เว็บไซต์ หรือบัญชีโซเชียลของเราเต็มไปด้วยคำวิจารณ์เชิงลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ฐานลูกค้าเดิมและกลุ่มเป้าหมายใหม่

วิธีแก้ไข Negative SEO

วิธีแก้ไข Negative SEO

เมื่อเรารู้วิธีการที่คู่แข่งสามารถโจมตีเว็บไซต์ได้แล้วนั้น ต่อไปน้องศรีจะพาทุกคนมาดูวิธีแก้ไขกัน ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในอนาคต หรือการกู้คืนเว็บไซต์หลังจากโดนโจมตีมาแล้ว โดยสามารถทำตามน้องศรีได้ตามนี้เลย

เสริมความแข็งแกร่งดุดันให้เว็บไซต์

เสริมความแข็งแกร่งดุดันให้เว็บไซต์

กรณีที่มีคนโจมตีเว็บไซต์เราโดยการพยายามเข้ามาเขียนโค้ด อาจใช้เวลาสักพักกว่าจะเจอสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แต่การตรวจสอบเว็บไซต์เป็นประจำจะช่วยให้เราเจอปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะลุกลามจนส่งผลเสียต่อการทำ SEO

Google Search Console

นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Google Search Console เพื่อให้แจ้งเตือนมาที่เราว่ามีการละเมิดความปลอดภัยหรือปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำ Index เว็บไซต์ หรืออีกวิธีหนึ่งคือตรวจสอบรหัสผ่านว่ามีประสิทธิภาพมากพอไหม หรือมีการป้องกันไวรัสให้กับเว็บไซต์มากน้อยแค่ไหน

ส่งไฟล์ปฏิเสธ backlink ไปยัง Google

ส่งไฟล์ปฏิเสธ backlink ไปยัง Google

ถ้าสังเกตเห็นว่ามี Backlink ที่เป็นพิษจำนวนมากในเว็บไซต์ของเรา จำเป็นต้องรีบแก้ไขแบบด่วนจี๋เลยพี่จ๋า ซึ่งวิธีการแก้ไขคือส่งไฟล์ปฏิเสธที่มี Backlink ทั้งหมดไปยัง Google Webmaster Tools จะทำให้ Google รู้ว่าไม่ควรนับลิงก์เหล่านี้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ของเรานั่นเอง

ปกป้องเนื้อหาหากโดนคัดลอก

ปกป้องเนื้อหาหากโดนคัดลอก

เราสามารถตรวจสอบเนื้อหาได้ถ้าเจอว่ามีการคัดลอกหรือทำซ้ำ โดยการใช้โปรแกรมที่น่าเชื่อถือ เช่น Copyscape โดยเราสามารถแจ้งไปยังเจ้าของเว็บไซต์และขอให้นำเนื้อหาที่ซ้ำกันออก แต่ถ้าหากเป็นเว็บไซต์ที่ลอกเลียนแบบทั้งเว็บไซต์เลยล่ะก็ จะไม่ใจดีอีกต่อไป! เราสามารถรายงาน Google ให้ตรวจสอบและดึงข้อมูลออกได้ทันที และสามารถเพิ่มเติมเกี่ยวกับลิขสิทธิ์โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเนื้อหาของเราไม่ได้คัดลอกใครมา

รายงานบัญชีปลอม

รายงานบัญชีปลอม

ถ้าพบเห็นบัญชี Social Media ปลอมภายใต้ชื่อบริษัทหรือธุรกิจของเรา สามารถรายงานได้ทันที เพื่อไม่ให้บัญชีปลอมดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและทำลายภาพลักษณ์ของเราได้

โดยสามารถตรวจสอบผ่านเครื่องมือที่ช่วยในการกล่าวถึงใน Social Media เพื่อรู้ได้ทันทีว่ามีใครกำลังใช้ชื่อบริษัทหรือกำลังเผยแพร่ข้อมูลปลอม ๆ พร้อมกำจัดบัญชีปลอมให้สิ้นซาก!

ติดตามคำวิพากษ์วิจารณ์

ติดตามคำวิพากษ์วิจารณ์

ไม่ว่าธุรกิจของเราจะเป็นรูปแบบไหน การติดตามคำวิพากษ์วิจารณ์คือการเก็บข้อมูลจากผู้คนในโซเชียล ซึ่งถ้าเราเจอคอมเมนต์เชิงลบที่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจหรือบริษัทของเรา สามารถรายงานไปยัง Google ได้ทันที แต่ในกรณีที่คอมเมนต์เชิงลบจากผู้ใช้งานเป็นความจริง เราก็ควรปรับปรุงแก้ไขธุรกิจให้ดีขึ้น เพื่อการเติบโตและประสบความสำเร็จในอนาคต

สรุป

อย่างไรก็ตาม Negative SEO ส่งผลเสียต่อการทำเว็บไซต์หรือ SEO โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากเกิดการโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ก่อให้เกิดความเสียหายและทำลายภาพลักษณ์ของธุรกิจได้

แม้จะมีการโจมตีเพื่อลดอันดับเว็บไซต์ แต่น้องศรีอยากบอกว่าการมุ่งเน้นสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพเพื่อประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งาน จะทำให้ Google เล็งเห็นถึงความใส่ใจและยกระดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้นอย่างแน่นอน

 

ติดต่อสอบถามได้ที่ https://seoseznam.com/